ยุค 5G/6G
5G คืออะไร?
- ตอบสนองไวขึ้น สามารถสั่งงาน และควบคุมสิ่งต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว หรือเรียกว่าแทบจะทันที เนื่องจากมีความหน่วงที่ต่ำ ตอบสนองได้ไวถึง 1 ส่วนพันวินาที
- รองรับการ รับ-ส่ง ข้อมูลได้มากกว่า ถ้าเป็น 4G จะสามารถ รับ-ส่ง ข้อมูลได้ราว 7.2 Exabytes ต่อเดือน แต่สำหรับ 5G จะเพิ่มขึ้นราว 7 เท่า หรือ 50 Exabytes ต่อเดือน
- เร็วแรงกว่าเดิม 5G มีความเร็วมากกว่า 4G ถึง 20 เท่า ซึ่งเร็วมากพอที่จะดูวิดีโอ 8K ออนไลน์แบบ 3 มิติ หรือดาวน์โหลดภาพยนตร์ 3 มิติ ได้ในภาย 6 วินาที
- ความถี่ให้เลือกใช้มากกว่า 5G จะสามารถใช้งานคลื่นความถี่ได้จนถึง 30GHz ซึ่งเป็นความถี่ย่านใหม่ที่ไม่เคยมีการใช้งานมาก่อน
- รองรับการใช้งานที่มากกว่า รองรับจำนวนผู้ใช้งานเพิ่มขึ้น 10 เท่า จากที่สามารถรับคนได้ราว 1 แสนคนต่อพื้นที่ 1 ตร.กม. กลายเป็น 1 ล้านคนต่อพื้นที่ 1 ตร.กม.

ประโยชน์ของ 5G
สำหรับคุณสมบัติหลักเด่นชัดของ 5G ที่เห็นได้ชัดเลยคงเป็นเรื่องของคุณภาพการรับชมวีดีโอ หรือการเล่นเกมส์ออนไลน์ ที่ช่วยให้ผู้ใช้บริการได้สัมผัสกับคุณภาพความคมชัด และความรวดเร็วเทียบเท่ากับการใช้งานผ่านโครงข่ายใยแก้วนำแสง (Fiber Optic) หรือการที่สามารถทำงานและเข้าถึงข้อมูลทุกอย่างที่อยู่บน Cloud ไม่ว่าจะรูปแบบภาพ หรือวิดีโอ ได้แบบทันทีที่ต้องการ รวมถึงการพัฒนาเทคโนโลยีให้มีความเร็วในการดาวน์โหลดและอัพโหลดที่สูงกว่าเทคโนโลยี 4G อีกด้วย
นอกจากนี้ เทคโนโลยี 5G ยังถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการเชื่อมต่อจำนวนมากๆ ผ่านอินเตอร์เน็ต หรือที่เรียกกันว่า IoT อาทิ รถยนต์ไร้คนขับ การผ่าตัดได้จากระยะไกล หุ่นยนต์ในโรงงาน สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานซึ่งถือว่ามีความเร็วมากกว่าเทคโนโลยี 4G เกิน 10 เท่า รวมถึงช่วยให้เกิดการใช้งาน AR และ VR ในกิจกรรมต่างๆ อาทิ การสำรวจภาคสนาม การสาธารณสุขทางไกล ความบันเทิง และท่อส่งข้อมูลขนาดใหญ่เพื่อใช้ในการเข้าถึงการใช้งาน ซึ่ง 5G ช่วยพัฒนาศักยภาพของระบบค้าปลีก การซื้อของออนไลน์ รวมถึงการใช้งานต่างๆ ของออฟฟิศอัจฉริยะ และนำไปสู่ระบบเมืองอัจฉริยะ (Smart Cities) ในอนาคต
6G คืออะไร?

6G เทคโนโลยีที่จีนกำลังเริ่มพัฒนา
6G เทคโนโลยีที่จีนกำลังเริ่มพัฒนา / โดย ลงทุนแมน
ในขณะที่ทั่วโลกรวมถึงประเทศไทยกำลังจะเริ่มมีการใช้ 5G
แต่รู้หรือไม่ว่า ณ ปัจจุบันนี้ จีนได้เริ่มการพัฒนาเทคโนโลยี 6G ไปแล้ว
เทคโนโลยี 5G คือ เครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่ในปัจจุบันมีความเร็วที่ 10 ถึง 20 เท่า
ด้วยความเร็วระดับนี้ เทคโนโลยี 5G จะรองรับการนำไปใช้กับเทคโนโลยีใหม่ๆ
อย่างรถยนต์ไร้คนขับ และ เทคโนโลยีภาพเสมือนจริง ที่จะเหมือนจริงยิ่งกว่าในปัจจุบัน
หากบอกว่า นี่คือเทคโนโลยีที่ล้ำหน้าแล้ว
คงต้องบอกว่า..ในอนาคตเรากำลังจะมีเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่ล้ำหน้ามากกว่าเดิมและมีประสิทธิภาพที่รวดเร็วกว่าเดิมและนั่นคือ เทคโนโลยี 6G
แล้ว 6G คืออะไร?
แม้จะยังอยู่ในช่วงพัฒนาแต่ก็มีการคาดการณ์กันว่า ความเร็วของ 6G จะเร็วกว่า 5G ถึง 8,000 เท่าซึ่งให้ความเร็วได้ถึง 8,000 Gigabit ต่อวินาทีถ้าให้พูดง่ายๆ คือเราจะสามารถดาวน์โหลดภาพยนตร์รวมกันยาว 142 ชั่วโมง ได้ภายในเวลา 1 วินาทีเท่านั้น…ซึ่งด้วยความเร็ว ณ ระดับนี้จึงทำให้มีการคาดการณ์กันว่า เทคโนโลยี 6G จะถูกนำมาใช้กับ อุปกรณ์ที่เราสามารถสั่งงานได้ผ่านสมองของเรา โดยที่เราไม่ต้องพิมพ์ หรือพูดอีกต่อไป
มีการคาดการณ์กันว่า เราจะสามารถใช้ 6G ได้ในปี 2030หรืออีกประมาณ 10 ปีข้างหน้าอ่านมาถึงตรงนี้ ถ้าเราลองมองย้อนกลับไปโลกของเราได้สร้างเครือข่ายอินเทอร์เน็ตมาครั้งแรก ในปี 1980เราเรียกสิ่งนั้นว่า 1G (First Generation)ยุคระบบสื่อสารแบบแอนะล็อก ซึ่งโทรศัพท์จะมีขนาดใหญ่มาก และมีการใช้เพื่อการโทรเข้าและออกเท่านั้น
ปี 1990
2G (Second Generation) ยุคที่การส่งข้อมูลเปลี่ยนจากแอนะล็อก มาเป็นดิจิทัล ยุคที่คนเริ่มใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ และ ยุคที่โทรศัพท์สามารถใช้ในการรับส่งข้อความตัวอักษร
ปี 2000
3G (Third Generation) ยุคที่เริ่มมีการนำไปใช้กับ Smartphone ยุคที่การติดต่อสื่อสารระหว่างผู้คนสามารถทำได้ง่ายขึ้นและมีข้อจำกัดลดลง เนื่องจาก 3G ช่วยให้มีการส่งผ่านข้อมูลที่รวดเร็วขึ้น และหลากหลายมากขึ้น เช่น ไฟล์วิดีโอ
ปี 2008
4G (Fourth Generation) ยุคที่การรับส่งข้อมูลเพิ่มขึ้นเร็วมากยิ่งขึ้น และมีการใช้อย่างแพร่หลายในปัจจุบันจะเห็นได้ว่า จาก 1G มาถึง 6Gโลกของเราได้สร้างการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ไว้มากมายในตอนนั้นเราก็คงไม่คิดมาก่อนว่าเทคโนโลยีจะนำพาโลกของเรามาถึงจุดนี้เคยมีคำกล่าวเอาไว้ว่าทุกสิ่งที่มนุษย์จินตนาการได้ สุดท้ายแล้วมนุษย์จะสามารถสร้างสิ่งนั้นขึ้นมาได้จริงๆดังนั้น ไม่ว่าเราจะจินตนาการอะไรอยู่ตอนนี้ในที่สุด มันก็น่าจะกลายเป็นจริงในที่สุด
รวมไปถึงเทคโนโลยีที่เรียกว่า 6G.
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น